รัชกาลที่ ๒๗ มหาจักรพรรดิ พระนางสุนทรี กรุงสานโพธิ์ ปี พ.ศ.๑๕๖๙

 

 

 

 

 

 

 

 

รัชกาลที่ ๒๗ 

มหาจักรพรรดิ พระนางสุนทรี 

กรุงสานโพธิ์ ปี พ.ศ.๑๕๖๙

 

-ในรัชกาลที่ ๒๗-๒๘-๒๙ มีกษัตริย์ครองราชสมบัติ ๓ พระองค์พร้อมกัน คือ มหาจักรพรรดิ

 พระนางสุนทรี มหาจักรพรรดิ มหาธรรมปรัพฑาและมหาจักรพรรดิพ่อศรีเทพจึงใช้เนื้อหาสาระ

เดียวกัน 

 

ปี พ.ศ.๑๕๖๙ เมื่อ มหาจักรพรรดิพระนางชีเม่งกุ้ย สละราชสมบัติ ออกผนวช เป็น แม่ชีพราหมณ์ นั้น ประชาชนได้กราบทูลเชิญ พระนางสุนทรี ขึ้นครองราชย์สมบัติเป็น มหาจักรพรรดิ ของ สหราชอาณาจักรเสียม-หลอ เพื่อทำสงครามขับไล่ ชนชาติทมิฬโจฬะ ออกจากดินแดนสุวรรณภูมิ ต่อไป

ปี พ.ศ.๑๕๖๙ พระเจ้ามหาธรรมปรัพฑา ซึ่งเป็นเชื้อสายราชวงศ์ ของ พวกทมิฬโจฬะ ถูกปราบปราม จึงต้องหลบหนี ผ่านไปยัง เมืองพังงา ไปตั้ง เมืองนครหลวงใหม่ ที่ กรุงกะฑาหะ(ไทรบุรี) อาณาจักรมาลัยรัฐ บริเวณภูเขาตุนงโจม ปัจจุบันเรียกว่า ภูเขาปาดังกรามาต เพื่อปกครอง ดินแดนสุวรรณภูมิ ต่อไป

ปี พ..๑๕๖๙ พระนางแม่ชีสุนทรี ได้ทำสงครามขับไล่ข้าศึก พวกทมิฬโจฬะ ให้ออกไปจากแว่นแคว้นต่างๆ ในดินแดน อาณาจักรชวาภูมิ และ อาณาจักรมาลัยรัฐ สำเร็จเป็นส่วนใหญ่

ปี พ.. ๑๕๖๙ พ่อศรีเทพ (สมรวิชโยตุง)(พระชนม์มายุ ๕ พรรษา) พระราชโอรส ของ มหาจักรพรรดิพ่อจูหลิน ได้ทำพิธีมหาไชยาบรมราชาภิเษก ขึ้นครองราชย์สมบัติ เป็น มหาจักรพรรดิ ของ สหราชอาณาจักรเสียม-หลอ ว่าราชการที่ กรุงสานโพธิ์(ไชยา) โดยมีพระนางชีพราหมณ์สุนทรี เป็นผู้สำเร็จราชการ มี นครหลวง อยู่ที่ เมืองพรุยายชี หรือ เมืองเสียมใหม่ โดยมิได้เป็นไปตามที่กฎมณเฑียรบาล กำหนดให้ต้องปฏิบัติ เป็นเพียงการทำตาม ราชประเพณี ของ ฮ่องเต้ แห่ง มหาอาณาจักรจีน เท่านั้น จึงถูกคัดค้าน จาก ขุนนาง และ ประชาชน ต่างๆ จนกระทั่ง มหาจักรพรรดิพ่อศรีเทพ ต้องสละราชย์สมบัติ

ปี พ.ศ.๑๕๖๙ จักรพรรดิพ่อศรีสงครามวิชัย ส่งกองทัพเข้ายึดครอง แคว้นมะละกา แคว้นปัตตานี แคว้นสระทิ้งพระ และ แคว้นนครศรีธรรมราช กลับคืน เป็นผลสำเร็จ

ปี พ.ศ.๑๕๖๙ มหาราชาหลีไถตอง แห่ง อาณาจักรไตเวียต (เวียตนามเหนือ) ส่งกองทัพเข้าโจมตี อาณาจักร จามปา (เวียตนามใต้) ของ ราชวงศ์ทมิฬโจฬะ คือ พระเจ้าสิงห์วรมันที่ ๒ ผลของสงคราม อาณาจักรจามปา พ่ายแพ้อย่างยับเยิน

ปี พ.ศ.๑๕๖๙ ประชาชนไปเชิญ จักรพรรดิพ่อศรีสงครามวิชัย มาเป็น มหาจักรพรรดิ ของ สหราชอาณาจักรเสียม-หลอ กรุงสานโพธิ์(ไชยา)

 

 

Visitors: 56,471