รัชกาลที่ ๑๔ มหาจักรพรรดิพ่อศรีพาลบุตร กรุงศรีโพธิ์(ไชยา) ปี พ.ศ.๑๔๐๒-๑๔๑๗

 

 

 

 

 

 

 

 

รัชกาลที่ ๑๔ 

มหาจักรพรรดิพ่อศรีพาลบุตร 

กรุงศรีโพธิ์(ไชยา) ปี พ.ศ.๑๔๐๒-๑๔๑๗ 

 

-ในรัชกาลที่ ๑๔-๑๕ มีกษัตริย์ครองราชสมบัติ ๒ พระองค์พร้อมกัน คือ มหาจักรพรรดิพ่อศรีพาลบุตรและมหาจักรพรรดิพ่อคุณอรรณพ จึงใช้เนื้อหาสาระเดียวกัน

 

ปี พ.ศ.๑๔๐๒ มหาจักรพรรดิพ่อศรีพาลบุตร(พ.ศ.๑๔๐๒-๑๔๑๗) ได้ประกาศขึ้นครองราชย์สมบัติเป็น มหาจักรพรรดิพ่อพาลบุตร แห่ง สหราชอาณาจักรเสียม กรุงศรีโพธิ์(ไชยา) อีกครั้งหนึ่ง โดยมี จักรพรรดิพ่อศรีพาลกลาง เป็น จักรพรรดิ ว่าราชการอยู่ที่ แคว้นพังงา และมี นายกศรีพาลเล็ก เป็น นายก ว่าราชการที่ กรุงศรีโพธิ์ เป็นรัชกาลที่ ๑๔ แห่ง สหราชอาณาจักรเสียม กรุงศรีโพธิ์(ไชยา) ท่ามกลางสงคราม ๓ ก๊ก ที่ยังไม่จบสิ้น

ปี พ.ศ.๑๔๐๒ เมื่อ มหาจักรพรรดิพ่อศรีพาลบุตร(พ.ศ.๑๔๐๒-๑๔๑๗) ได้ขึ้นครองราชย์สมบัติเป็น มหาจักรพรรดิ ของ สหราชอาณาจักรเสียม กรุงศรีโพธิ์(ไชยา) นั้น เป็นโอกาสเดียวกัน กับที่ จักรพรรดิพ่อคุณอรรณพ สามารถทำสงครามเข้ายึดครอง อาณาจักรมาลัยรัฐ กลับคืน เป็นผลสำเร็จ เช่นเดียวกัน ทำให้ จักรพรรดิพ่อคุณอรรณพ ต้องใช้ กรุงปัตตานี แคว้นโพธิ์กลิงค์ เป็นที่ตั้งศูนย์กลางอำนาจรัฐ ของ สหราชอาณาจักรเสียม กรุงปัตตานี อีกครั้งหนึ่ง

ปี พ.ศ.๑๔๐๒ เมื่อ มหาจักรพรรดิพ่อกิติ(กุณลนพ) เสด็จสวรรคต เพราะถูกสำเร็จโทษ จักรพรรดิพ่อคุณอรรณพ ได้ทำพิธีมหาไชยาบรมราชาภิเษก เป็น มหาจักรพรรดิพ่อคุณอรรณพ(พ.ศ.๑๔๐๒-๑๔๑๗) ว่าราชการอยู่ที่ กรุงปัตตานี โดยมี จักรพรรดิพ่อศรีชวา เป็น จักรพรรดิ ว่าราชการที่ กรุงศรีธรรมราช แคว้นตาม้ากลิงค์ และมี นายกพ่อศรีคุปตะ เป็น นายก ว่าราชการอยู่ที่ แคว้นม้าละกา(มะละกา) แห่ง สหราชอาณาจักรเสียม กรุงปัตตานี โดยมี กรุงปัตตานี แคว้นโพธิ์กลิงค์ เป็นที่ตั้งศูนย์กลางอำนาจรัฐ ของ สหราชอาณาจักรเสียม กรุงปัตตานี อีกครั้งหนึ่ง

ปี พ.ศ.๑๔๐๒ มหาจักรพรรดิ พ่อคุณอรรณพ(พ.ศ.๑๔๐๒-๑๔๑๗) แห่ง สหราชอาณาจักรเสียม กรุงปัตตานี ได้พยายาม สามัคคี กับ อาณาจักรต่างๆ รอบด้าน จึงมีอิทธิพลเหนือดินแดน ช่องแคบม้าละกา เป็นที่มาให้ ฮ่องเต้อี้จง(พ.ศ.๑๔๐๒-๑๔๑๖) ราชวงศ์ถัง แห่ง มหาอาณาจักรจีน กรุงลั่วหยาง พยายามสร้างความสัมพันธ์ กับ สหราชอาณาจักรเสียม กรุงปัตตานี อีกครั้งหนึ่ง

ปี พ.ศ.๑๔๐๒ มหาจักรพรรดิ พ่อคุณอรรณพ(พ.ศ.๑๔๐๒-๑๔๑๗) แห่ง สหราชอาณาจักรเสียม กรุงปัตตานี เปลี่ยนชื่อ อาณาจักรมาลัยรัฐ เป็น อาณาจักรคุณหลวง เป็นรัชกาลที่ ๑๕

ปี พ.ศ.๑๔๐๒ สหราชอาณาจักรม้าตาราม กรุงม้าตาราม เกาะชวา สนับสนุนให้ ชนชาติทมิฬโจฬะ คือ อาณาจักรโจฬะน้ำ(บอร์เนียว) และ อาณาจักรจามปา(เวียตนามใต้) ยกกองทัพใหญ่ เข้าทำสงครามยึดครองยึดครอง อาณาจักรโจฬะน้ำ(เขมร) เป็นผลสำเร็จ

ปี พ.ศ.๑๔๐๒ จักรพรรดิกวนเฟงยู(พ.ศ.๑๓๖๗-๑๔๐๒) แห่ง มหาอาณาจักรน่านเจ้า กรุงตาลี่ ได้ส่งกองทัพเข้าทำสงครามกับ กองทัพ ของ มหาอาณาจักรจีน ณ สมรภูมิ บริเวณสะพานเหล็ก ของ มณฑลเสฉวน ผลของสงคราม กองทัพจีน พ่ายแพ้อย่างย่อยยับ ฮ่องเต้อี้จง(พ.ศ.๑๔๐๒-๑๔๑๖) ราชวงศ์ถัง แห่ง มหาอาณาจักรจีน กรุงลั่วหยาง ตกพระทัย จึงยกพระราชธิดา พระองค์หนึ่ง ให้ไปเป็นพระชายา ของ มหาราชากวนเฟงยู(พ.ศ.๑๓๖๗-๑๔๐๒) เพื่อใช้ให้เป็นสายลับสืบข่าว ให้กับ ฮ่องเต้อี้จง(พ.ศ.๑๔๐๒-๑๔๑๖) ของ มหาอาณาจักรจีน ด้วย

(งานค้นคว้าเรื่อง ชนชาติไทย ของ หลวงวิจิตรวาทการ สำนักพิมพ์สร้างสรรค์บุ๊คส์ พ.ศ.๒๕๔๙ หน้าที่ )

ปี พ.ศ.๑๔๐๒ จักรพรรดิกวนเฟงยู(พ.ศ.๑๓๖๗-๑๔๐๒) แห่ง มหาอาณาจักรน่านเจ้า กรุงตาลี่ ได้เสด็จสวรรคต พระราชโอรสที่ประสูติจากพระสนม มีพระนามว่า จักรพรรดิชิลง(พ.ศ.๑๔๐๒-๑๔๒๐) ขึ้นครองราชย์สมบัติปกครอง มหาอาณาจักรน่านเจ้า กรุงตาลี่ ในรัชกาลถัดมา

(งานค้นคว้าเรื่อง ชนชาติไทย ของ หลวงวิจิตรวาทการ สำนักพิมพ์สร้างสรรค์บุ๊คส์ พ.ศ.๒๕๔๙ หน้าที่ )

ปี พ.ศ.๑๔๐๒ มหาจักรพรรดิ พ่อคุณอรรณพ(พ.ศ.๑๔๐๒-๑๔๑๗) แห่ง สหราชอาณาจักรเสียม กรุงปัตตานี ร่วมกับ พระยาสุนันทะ นำกองทัพจาก อาณาจักรศรีลังกา เข้าทำสงครามเข้ายึดครอง อาณาจักรศรีชาติตาลู กรุงพุกาม สามารถปราบปราม มหาราชา พระเจ้าปยินบยา(พ.ศ.๑๓๙๒-๑๔๐๒) ราชวงศ์ทิเบต(มิเชน) จาก อาณาจักรมินเชน เป็นผลสำเร็จ แล้วเชิญ พระยาสุนันทะ(พ.ศ.๑๔๐๒-๑๔๑๗) ราชวงศ์คำ ขึ้นปกครอง อาณาจักรศรีชาติตาลู กรุงพุกาม อีกครั้งหนึ่ง

ปี พ.ศ.๑๔๐๒ จักรพรรดิชิลง(พ.ศ.๑๔๐๒-๑๔๒๐) แห่ง มหาอาณาจักรน่านเจ้า ได้ส่ง แม่ทัพตวนจูปัง นำทหาร ไปทำสงครามช่วยเหลือ อาณาจักรโกสมพี(แสนหวี) และ อาณาจักรศรีชาติตาลู(ปยู) ซึ่งถูก กองทัพของ มหาจักรพรรดิพ่อคุณอรรณพ(พ.ศ.๑๔๐๒-๑๔๑๗) แห่ง สหราชอาณาจักรเสียม กรุงปัตตานี (บันทึกจีนอ้างว่า พวกลังกา) ทำสงครามรุกราน ผลของสงคราม แม่ทัพตวนจูปัง สามารถทำสงครามโจมตี กองทัพ ของ มหาจักรพรรดิพ่อคุณอรรณพ(พ.ศ.๑๔๐๒-๑๔๑๗) ให้ต้องถอยทัพออกไปได้ อาณาจักรโกสมพี(แสนหวี) และ อาณาจักรศรีชาติตาลู(ปยู) จึงปกครองอิสระ

(งานค้นคว้าเรื่อง ชนชาติไทย ของ หลวงวิจิตรวาทการ สำนักพิมพ์สร้างสรรค์บุ๊คส์ พ.ศ.๒๕๔๙ หน้าที่ )

ปี พ.ศ.๑๔๐๓ มหาราชาพระยาสุนันทะ(พ.ศ.๑๔๐๒-๑๔๑๗) แห่ง อาณาจักรศรีชาติตาลู(ปยู) กรุงพุกาม ได้มอบพระพุทธรูปทองคำ ฝากผ่าน แม่ทัพตวนจูปัง เพื่อฝากไปให้กับ จักรพรรดิชิลง(พ.ศ.๑๔๐๒-๑๔๒๐) แห่ง มหาอาณาจักรน่านเจ้า เป็นเหตุให้ แม่ทัพตวนจูปัง วางแผนสังหาร แม่ทัพวังโจเทียน ซึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ มหาอาณาจักรน่านเจ้า ซึ่งเคยสังหารบิดา ของ แม่ทัพตวนจูปัง มาก่อน เมื่อ แม่ทัพวังโจเทียน ได้เดินทางไปรับพระพุทธรูปทองคำ ที่หน้าประตูเมือง ขณะที่ แม่ทัพวังโจเทียน คุกเข่าลงบูชาพระพุทธรูป แม่ทัพตวนจูปัง ก็ฟันคอ แม่ทัพวังโจเทียน ขาด เพื่อล้างแค้นที่เคยปลงพระชนม์ แม่ทัพกวนเกงเชง ผู้เป็นพระราชบิดา หลังจากสำเร็จตามแผนการแล้ว แม่ทัพตวนจูปัง ได้หลอม เทวรูป ทองคำองค์นั้น เพื่อนำทองคำไปใช้อย่างอื่น ต่อมาเรื่องนี้ทราบไปถึง มหาราชาพระยาสุนันทะ แห่ง อาณาจักรศรีชาติตาลู กรุงพุกาม จึงกล่าวคำสาปแช่ง ขอให้พระลงโทษแก่ จักรพรรดิ แห่ง มหาอาณาจักรน่านเจ้า ในอนาคต

(งานค้นคว้าเรื่อง ชนชาติไทย ของ หลวงวิจิตรวาทการ สำนักพิมพ์สร้างสรรค์บุ๊คส์ พ.ศ.๒๕๔๙ หน้าที่ )

ปี พ..๑๔๐๓ มหาจักรพรรดิพ่อคุณอรรณพ(พ.ศ.๑๔๐๒-๑๔๑๗) แห่ง สหราชอาณาจักรเสียม กรุงปัตตานี ได้ส่งคณะราชทูต จาก กรุงปัตตานี แคว้นโพธิ์กลิงค์(โฮลิง) ไปสร้างความสัมพันธ์ทางการทูต กับ ฮ่องเต้อี้จง(พ.ศ.๑๔๐๒-๑๔๑๖) ราชวงศ์ถัง แห่ง มหาอาณาจักรจีน บันทึกจดหมายเหตุจีน ดังกล่าว บันทึกว่า... 

...ปี พ..๑๔๐๓ ประเทศโฮลิง(สหราชอาณาจักรเสียม กรุงปัตตานี) ได้ส่งคณะราชทูต พร้อมเครื่องราชบรรณาการ ไปถวายให้กับ ฮ่องเต้อี้จง แห่ง มหาอาณาจักรจีน ด้วย...

ปี พ.ศ.๑๔๐๓ มหาจักรพรรดิพระเจ้าโลกบาล(กะยุวะนิ) แห่ง อาณาจักรม้าตาราม สวรรคต มหาราชาระตูระไก(พระเจ้ากุรังวังคี) ได้ขึ้นครองราชย์สมบัติ ในรัชกาลถัดมา

ปี พ.ศ.๑๔๐๓ มหาราชา ระตู ระไก(พระเจ้ากุรังวังคี) แห่ง อาณาจักรม้าตาราม เกาะชวา ส่งคณะราชทูต ไปถวายเครื่องราชบรรณาการ แด่ ฮ่องเต้อี้จง(พ.ศ.๑๔๐๒-๑๔๑๖) ราชวงศ์ถัง แห่ง มหาอาณาจักรจีน

(อาณาจักรทะเลใต้ ภาค ๒ หน้าที่ ๒๕)

ปี พ.ศ.๑๔๐๓ กำเนิด คำสรรพนามของ ภาษาไทย คำว่า คุณ และ แก ขึ้นมาใช้ในดินแดนสุวรรณภูมิ เนื่องจาก มหาจักรพรรดิพ่อคุณอรรณพ(พ.ศ.๑๔๐๒-๑๔๑๗) และ มหาจักรพรรดิพ่อศรีพาลบุตร(พ.ศ.๑๔๐๒-๑๔๑๗) ทำสงครามแย่งชิงมวลชน ในดินแดนสุวรรณภูมิ ทำให้เกิดการโต้แย้งของประชาชน ระหว่างสองฝ่าย กลายเป็น คำสรรพนาม คำว่า พวกคุณ และ พวกแก(แก่) ด้วย

ปี พ.ศ.๑๔๐๖ มหาราชาระตูระไก แห่ง ราชอาณาจักรม้าตาราม เกาะชวา สวรรคต มหาราชา พระเจ้าระไก กยุวังคี หรือ สัชชโนตสวตุงคะ ขึ้นครองราชย์สมบัติ ปกครอง อาณาจักรม้าตาราม เกาะชวา ในรัชกาลถัดมา

ปี พ.ศ.๑๔๑๑ ฮ่องเต้อี้จง(พ.ศ.๑๔๐๒-๑๔๑๖) ราชวงศ์ถัง แห่ง มหาอาณาจักรจีน จัดให้ทำการพิมพ์หนังสือครั้งแรกขึ้นมาในดินแดน ของ มหาอาณาจักรจีน ชื่อ หนังสือวัชรสูตร

(คาร์ริงตัน กู๊ดริช ประวัติศาสตร์จีน สำนักพิมพ์เคล็ดไทย หน้าที่ ๑๓๔)

ปี พ.ศ.๑๔๑๖ ฮ่องเต้อี้จง(พ.ศ.๑๔๐๒-๑๔๑๖) ราชวงศ์ถัง แห่ง มหาอาณาจักรจีน สวรรคต เป็นเหตุให้ หลีเอี๋ยน เป็นพระราชโอรส มีพระชนมายุ เพียง ๑๒ พรรษา ได้ขึ้นครองราชย์สมบัติ มีพระนามว่า ฮ่องเต้ซีจง(พ.ศ.๑๔๑๖-๑๔๓๑) แห่ง มหาอาณาจักรจีน กรุงลั่วหยาง เป็นรัชกาลถัดมา

 (ทวีป วรดิลก สำนักพิมพ์สุขภาพใจ พ.ศ.๒๕๓๘ ประวัติศาสตร์จีน หน้าที่ ๓๒๘)

ปี พ..๑๔๑๖ มหาจักรพรรดิพ่อคุณอรรณพ(พ.ศ.๑๔๐๒-๑๔๑๗) แห่ง สหราชอาณาจักรเสียม กรุงปัตตานี ได้ส่งคณะราชทูต จาก กรุงปัตตานี แคว้นโพธิ์กลิงค์ ไปสร้างความสัมพันธ์ กับ ฮ่องเต้ชีจง(พ.ศ.๑๔๑๖-๑๔๓๑) ราชวงศ์ถัง แห่ง มหาอาณาจักรจีน จดหมายเหตุจีน ซึ่งมีการบันทึกไว้นั้น นายพอล วิลลี่ ได้เขียนบันทึกไว้ในหนังสือ คาบสมุทรทอง แปลได้ว่า….  

...ประเทศโฮลิง(สหราชอาณาจักรเสียม กรุงปัตตานี) มีอาณาเขตกว้างขวางมาก มีประเทศเล็กๆ (แว่นแคว้น) รวมกันอยู่ถึง ๒๘ ประเทศ(แว่นแคว้น) เข้ารวมกันอยู่ในประเทศนี้ มีข้าราชการชั้นสูงอยู่ถึง ๓๒ ตำแหน่ง และคนที่ ๑ คือ นา-ยะ-เกีย(นายก)

ประชาชน ของ ประเทศนี้ ที่เมืองหลวง กรุงปัตตานี สร้างป้อมปราการด้วยไม้ และใช้ใบไม้มุงหลังคาบ้าน ไม่ว่าบ้านนั้นจะใหญ่เพียงใด เขามีเตียง ทำด้วยงาช้าง และเสื่อสานด้วยไม้ไผ่ ประเทศนี้ ผลิตกระดองเต่า ทอง เงิน นอแรด และ แรด และงาช้าง ประเทศนี้ มีตัวอักษรใช้ และเรียนรู้วิชาดาราศาสตร์

มีสตรี ที่เป็นโรค(โรคซิฟิลิส) และถ้าใครไปสมสู่ ด้วยแล้ว ก็จะมีบาดแผลที่น่าเวทนา และล้มตายไป แต่ร่างกายจะยังไม่เน่าเปื่อย พระราชาจะประทับอยู่ที่ เมือง ทะ-ชะ-วะ บรรพบุรุษของพระองค์ คือ พระเจ้ากิเยน นั้น ประทับอยู่ทางทิศตะวันออก ในเมือง ปา-ลู-กา-สี

เมื่อ ปี พ..๑๔๑๖ นั้น ประเทศโฮลิง(ปัตตานี) ได้ส่งคณะทูต คุมเครื่องราชบรรณาการ พร้อมด้วยคณะนักดนตรีหญิง ไปยังราชสำนักจีน ด้วย...

(จาก ประวัติศาสตร์เอเชียอาคเนย์ ถึง พ.ศ.๒๐๐๐ โดย ม.จ.สุภัทรดิศ ดิศกุล หน้าที่ ๔๗-๔๘)

ปี พ.ศ.๑๔๑๖ มหาราชา ระตู ระไก(พระเจ้ากุรังวังคี) แห่ง อาณาจักรม้าตาราม เกาะชวา ส่งคณะราชทูต ไปถวายเครื่องราชบรรณาการ แด่ ฮ่องเต้ชีจง(พ.ศ.๑๔๑๖-๑๔๓๑) ราชวงศ์ถัง แห่ง มหาอาณาจักรจีน

(อาณาจักรทะเลใต้ ภาค ๒ หน้าที่ ๒๕)

ปี พ.ศ.๑๔๑๖ กองทัพมอญ แห่ง อาณาจักรหงสาวดี ส่งกองทัพมอญ เข้าทำสงคราม อาณาจักรละโว้ มหาราชา พระยาสุนทร แห่ง อาณาจักรละโว้ สวรรคต ในสงคราม มหาอุปราชนรปิติสิงห์ นำกองทัพจาก กรุงศรีอยุธยา ออกทำสงครามขับไล่ กองทัพมอญ ออกจาก อาณาจักรละโว้ เป็นผลสำเร็จ มีการรบกันอย่างดุเดือด

ปี พ.ศ.๑๔๑๖ กองทัพมอญ แห่ง อาณาจักรหงสาวดี กรุงหงสาวดี ได้ถือโอกาส ทำสงครามยึดครอง อาณาจักรละโว้ ไปครอบครอง แต่ มหาอุปราช นรปิติสิงห์(พ.ศ.๑๔๑๖-๑๔๘๐) แห่ง อาณาจักรละโว้ กรุงศรีอยุธยา สามารถทำสงคราม จนกระทั่ง กองทัพมอญ แห่ง อาณาจักรหงสาวดี พ่ายแพ้สงคราม ต้องถอยทัพกลับไป มหาอุปราช นรปิติสิงห์ จึงได้ขึ้นครองราชย์เป็น มหาราชา นรปิติสิงห์(พ.ศ.๑๔๑๖-๑๔๘๐) แห่ง อาณาจักรละโว้ กรุงศรีอยุธยา ในรัชกาลถัดไป

ปี พ.ศ.๑๔๑๗ มหาจักรพรรดิพ่อศรีพาลบุตร(พ.ศ.๑๔๐๒-๑๔๑๗) พ่ายแพ้สงครามต่อ มหาจักรพรรดิพ่อคุณอรรณพ(พ.ศ.๑๔๐๒-๑๔๑๗) ในปี พ..๑๔๑๗ และ มหาจักรพรรดิพ่อศรีพาลบุตร ถูกจับเป็นเชลยศึก ขอออกบวชเป็นพระภิกษุ ณ วัดพระแก้ว เพื่อล้างบาป แล้วเสด็จไปจำพรรษา ณ วัดนาลันทา อินเดีย

ปี พ..๑๔๑๗ หลักฐานของประเทศศรีลังกากล่าวว่า มหาจักรพรรดิพ่อศรีพาลบุตร(พ.ศ.๑๔๐๒-๑๔๑๗) อดีต มหาจักรพรรดิ แห่ง สหราชอาณาจักรเสียม กรุงศรีโพธิ์ ได้ออกผนวช โดยได้ไปจำพรรษา เป็นพระภิกษุในประเทศอินเดีย พระองค์ ได้ยกที่ดิน ๕ ตำบล ถวายเพื่อสร้างวิหารให้กับ มหาวิทยาลัยนาลันทา เมื่อปี พ.ศ.๑๔๑๗(ฝรั่งสันนิษฐานว่าปี พ.ศ.๑๔๐๕) โดยที่พระองค์ได้จำพรรษาอยู่ในวัดดังกล่าวด้วย พระองค์ได้สร้างจารึกไว้บนแผ่นทองแดง ของมหาวิทยาลัยนาลันทา มีเนื้อหาเกี่ยวกับการอุปถัมภ์ มหาวิทยาลัยนาลันทามีเนื้อหาแปลได้ว่า…..

 

...ยังมีมหาราชแห่งชวาภูมิพระองค์หนึ่ง เป็นต้นราชวงศ์ไศเลนทร์ มีพระนามว่า มหาจักรพรรดิพ่อศรีสงครามธนัญชัย(พ่อใบทอง) พระองค์มีพระราชโอรสพระองค์หนึ่ง มีพระนามว่า ศรีราครวีระ(พ่อพระทอง) ซึ่งมีอัครมเหสี มีพระนามว่า พระนางดารา  ซึ่งเป็นพระราชธิดา ของ พระเจ้าวรมะเสตุ (มหาราชาวรวีร์ แห่ง แคว้นละโว้) แห่ง ราชวงศ์จันทร์วงศ์ (ราชวงศ์ละโว้) มีพระสิริโฉม งดงาม เทียมเท่าเทพเจ้าดารา จากมเหสีพระองค์นี้ พระองค์มีพระราชโอรส มีพระนามว่า ศรีพาลบุตร พระองค์เป็นผู้สร้างอาราม ที่มหาวิทยาลัยนาลันทา แห่งนี้ โดยยกที่ดินห้าตำบล ถวายเป็นกัลปนา แก่พระวิหารนาลันทา...

Visitors: 55,671